คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2017

หนุ่มเมืองสงขลาเครียดหนัก ปีนป้ายปั๊มน้ำมัน ก่อนโดดลงพื้นเจ็บสาหัส

หนุ่มเมืองสงขลาเครียดหนัก ปีนป้ายปั๊มน้ำมัน ก่อนโดดลงพื้นเจ็บสาหัสชายเกิดอาการเครียดปีนขึ้นไปบนป้ายปั๊มน้ำมัน ปตท.ชานเมืองสงขลา เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมและใช้รถกระเช้าขึ้นไปรับนำเบาะลมมากางรองไว้แต่ไม่เป็นผลกระโดดลงมาบนพื้นบาดเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2560 เกิดเหตุชายซึ่งมีอาการเครียดปีนขึ้นไปบนป้ายปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนกาญจนวนิช เขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง ขาออกตัวเมืองสงขลา มีความสูงประมาณ 15 เมตร และท่าทางเหมือนกับจะกระโดดลงมา ทางตำรวจ สภ.เมืองสงขลา พยายามเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ลงมาแต่ก็ไม่เป็นผล จึงประสานขอรถกระเช้าของเทศบาลเมืองเขารูปช้างและเบาะลมของเทศบาลนครหาดใหญ่เพื่อวางแผนการช่วยเหลือโดยชายคนดังกล่าวขึ้นไปยืนอยู่บนป้ายนานเกือบ 2 ชั่วโมง จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น.

สุดท้ายต้องใช้วิธีส่งคนขึ้นไปพูดคุยเพื่อให้ผ่อนคลายพร้อมกับใช้รถกระเช้ายื่นขึ้นไปเพื่อรับตัวลงมา แต่ก็ยังไม่เป็นผลเพราะชายคนนี้พยายามไต่หนีออกไปเรื่อยๆ และเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อชายคนนี้ตัดสินใจกระโดลงมาจากป้ายแต่เป็นการกระโดดลงมาบนพื้นไม่ได้กระโดดตรงจุดที่เจ้าหน้าที่นำเบาะลมมารองไว้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสท่ามกลางความตกใจของบรรดาไทยมุงที่ไปยืนดูเหตุการณ์และบางคนถึงกับรายงานสดผ่านเฟซบุ๊กด้วย เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา

สำหรับชายคนนี้ทราบชื่อภายหลังคือ นายประยูร อายุ 38 ปี ส่วนสาเหตุ ร.ต.อ.จิระพจน์ พิทักษ์ธรรม รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสงขลา บอกว่า จากการสอบสวนทราบว่า มาจากความเครียดที่มีปัญหาทะเลาะกับภรรยาจึงปีนขึ้นไปบนป้ายปั๊มน้ำมันเพื่อกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่สามารถชี้จัดได้ว่ามีสารเสพติดด้วยหรือไม่ต้องให้แพทย์ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

หนุ่มใหญ่ออกไปรับจ้างขุดมัน เจอรังผึ้งใช้บุหรี่เป่า ถูกผึ้งรุมต่อยเสียชีวิต

หนุ่มใหญ่ชาวลานกระบือ ออกรับจ้างขุดมันสำปะหลัง เจอผึ้งทำรังบนต้นสัก ปีนเป่าควันบุหรี่ใส่ ก่อนฟันกิ่งไม้ให้รังผึ้งร่วงพื้น เจอผึ้งไล่ต่อยหมดสติคาที่ ทนพิษเหล็กในไม่ไหวสิ้นลม

หนุ่มใหญ่ออกไปรับจ้างขุดมัน เจอรังผึ้งใช้บุหรี่เป่า ถูกผึ้งรุมต่อยเสียชีวิต

เมื่อวาน (วันที่ 31 มี.ค. 60) ร.ต.อ.สุชาติ จรัสวรสุนทร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองแพงเพชร ได้เดินทางไปที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลกำแพงเพชร หลังจากได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลกำแพงเพชร ว่าเหตุคนป่วยถูกผึ้งต่อยเสียชีวิต ชื่อนายกมล อายุ 53 ปี จากการตรวจสอบที่หลังมือทั้ง 2 ข้าง มีเหล็กในผึ้งฝังอยู่ตามผิวหนัง ที่หน้าอก หน้าผาก และที่ศีรษะของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

นางสนอง อายุ 41 ปี เป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ให้การว่าพี่ชายถูกผึ้งต่อยหมดสติ เมื่อเที่ยงของวันที่ 27 มี.ค. 60 ที่ผ่านมา และได้นำตัวส่ง รพ.ลานกระบือ ปั๊มหัวใจเรียกชีพจรให้กลับคืนมาได้ จากนั้นแพทย์พยาบาลส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร ในวันเดียวกัน และต่อมาได้สิ้นใจเมื่อเวลา 19.00 น.

นางหม่น อายุ 51 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิตอีกคน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้การว่า พวกตนรวมทั้งหมด 6 คน ได้รับจ้างเจ้าของที่ดินขุดมันสำปะหลังห่างจากบ้าน 1 กิโลเมตร หลังจากพักเที่ยงพี่ชายเห็นต้นสัก 2 ต้น อยู่ในบริเวณไร่มัน สูงประมาณ 4 เมตร ที่ต้นหนึ่งมีรังผึ้งจึงได้ปีนขึ้นไปใช้บุหรี่ดูดเป่าไปที่รังผึ้งก่อนที่จะใช้มีดฟังกิ่งไม้ที่ผึ้งทำรังหล่นมาที่พื้น เป็นขณะเดียวกันที่ฝูงผึ้งได้บินรุมต่อยพี่ชาย

จากนั้นพี่ชายก็วิ่งหนีมาหาพวกตน โดยมีกลุ่มฝูงผึ้งบินไล่ติดตามมา พวกตนได้วิ่งหลบหนี ถูกผึ้งต่อยกันเล็กน้อย ส่วนพี่ชายถูกผึ้งรุมต่อยอยู่เพียงคนเดียวล้มลงหมดสติ เจ้าของไร่ได้รีบนำส่งโรงพยาบาลลานกระบือให้แพทย์พยาบาลปั้มหัวใจ ส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรได้ 4 วันก็ทนพิษเหล็กในผึ้งไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมาดังกล่าว

แท็กซี่หื่น พยายามข่มขืนผู้โดยสารสาว เหยื่อฮึดสู้กัดเจ้าโลก

แท็กซี่หื่น พยายามข่มขืนผู้โดยสารสาว เหยื่อฮึดสู้กัดเจ้าโลกจากกรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวเมียนมา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศรีพงษ์ ลาพานิย รองสว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง ภายหลังถูกคนขับแท็กซี่ ทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน สภาพใบหน้ามีร่องรอยถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ทราบเพียงว่า น.ส.เอ ได้เรียกรถแท็กซี่จากซอยอุดมเกียรติเพื่อไปหาเพื่อนที่ย่านพัฒนาการ แต่แท็กซี่ได้ขับไปจอดบริเวณถนนเทียมร่วมมิตร (รฟม. ตัดใหม่) จากนั้นได้บังคับข่มขืนใจให้น.ส.เอมีเพศสัมพันธ์ แต่น.ส.เอ บอกว่าเป็นประจำเดือน คนขับแท็กซี่จึงได้กดหัวบังคับให้น.ส.เอ ใช้ปากอมอวัยวะเพศ

แต่น.ส.เอ พยายามฮึดสู้และได้กัดอวัยวะเพศคนร้ายจนบาดเจ็บ และหลบหนีออกมาได้ โดยมีรถแท็กซี่อีกคันมาช่วยเหลือไว้ ซึ่งน.ส.เอ ถ่ายบัตรประจำตัวคนขับไว้ได้ ซึ่งได้มอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัวแล้ว

พ่อเลี้ยงหื่น !! แอบพาลูกเลี้ยงเข้ารีสอร์ทหวังข่มขืน

พ่อเลี้ยงหื่น !! แอบพาลูกเลี้ยงเข้ารีสอร์ทหวังข่มขืนพ่อเลี้ยงหื่น แอบพาลูกเลี้ยงเข้ารีสอร์ท หวังข่มขืน เด็กร้อง แม่บ้านได้ยิน ปลัดอำเภอเมืองมาตรวจเจอเหตุการณ์พอดีจึงเข้าช่วยเหลือ ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธ หากมีร่องรอยการข่มขืนจะยอมให้จับกุม

วันนี้ (วันที่ 1 เม.ย. 60) ร.ต.อ.สุชาติ จรัญวรสุนทร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชรได้รับแจ้งเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 มี.ค. 60 จากนายสมชาย ฉัตรชุณหกุล ปลัดอำเภอเมืองกำแพงเพชรว่า ขณะออกตรวจที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 2 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

นางยุพา แม่บ้านทำความสะอาด ได้แจ้งว่ามีเสียงร้องขอความช่วยเหลือเป็นเสียงของเด็กผู้หญิงดังมาจากในห้องพัก จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมตรวจสอบห้องดังกล่าว พร้อมเคาะเรียกที่ประตูห้องพัก แต่ไม่ยอมเปิดจึงใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไป

พบ นายณรงค์พล อายุ 27 ปี อยู่บ้าน ม.18 ต.วังชะพลู อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เปลือยกายสวมผ้าขนหนู ภายในห้องมีเด็กหญิง 4 ขวบ เป็นลูกสาว, อายุ 10 ขวบ เป็นลูกเลี้ยง อยู่ในอาการหวาดกลัวและส่งเสียงร้องให้อยู่ พบยาของนายณรงค์พล ระบุสถาบันจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ 4 ถุง เป็นยาโรคเครียดจำนวน 4 ถุง อยู่ในรถจักรยานยนต์

เบื้องต้น เด็กหญิงอายุ 10 ปี ลูกเลี้ยงให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ถูกพ่อเลี้ยงพยายามจะข่มขืนจึงได้ร้องความช่วยเหลือ จนกระทั่งมีคนมาช่วยดังกล่าว

ขณะที่ นายณรงค์พล ได้ให้การปฏิเสธ โดยเล่าว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค ทะเบียน ขขษ 57 กำแพงเพชร จากบ้านที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี มาเล่นน้ำที่เกาะกลางน้ำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ก่อนค่ำจึงแวะเปิดห้องพักที่รีสอร์ท อาบน้ำพักผ่อน และไม่ได้กระทำการข่มขืนลูกเลี้ยงดังกล่าว หากตรวจสอบร่างกายของเด็กพบร่องรอยการข่มขืน ก็จะยอมให้จับกุม

โจรในเครื่องแบบ! รวบดาบตำรวจพร้อมเมีย เอเย่นต์ค้ายาเสพติด พบของกลางในคอนโดหรู

รวบดาบตำรวจและเมียรวยอู้ฟู่ เพราะค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดยาไอซ์เพียบ ก่อนสืบสาวตามจับผู้ค้ายามาได้อีก 2 ราย

โจรในเครื่องแบบ! รวบดาบตำรวจพร้อมเมีย เอเย่นต์ค้ายาเสพติด พบของกลางในคอนโดหรู

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการการข่าวกองร้อย ตชด.437 จับกุม ด.ต.วีระ ชุ่มจำรัส อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ กก.ตชด.43 และ น.ส.ณัชชา สุวรรณชาตรี อายุ 38 ปี สองผัวเมีย เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด ยาไอซ์ 400 กรัมและอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดทรัพย์สินอีก 42 รายการ เช่น อาวุธปืนพกสั้น 4 กระบอก รถเก๋ง 1 คัน ทองคำหนัก 27 บาท และสมุดบัญชีธนาคาร

หลังจากเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมทั้งสองคนมาพักใหญ่ จนกระทั่งแน่ชัดว่า ลักลอบค้ายาเสพติด จึงได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ซึ่งใช้เป็นที่พักของ ทั้งที่ห้องพักหมายเลข 513 ของ AAA อพาร์ตเมนท์ ซอยทวีรัตน์ เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ และที่ห้อง 1123 พลัสคอนโด สี่แยกสะพานดำ กลางเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นคอนโดหรูและพบยาเสพติดและของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงยึดเอาไว้
สำหรับ น.ส.ณัชชา ก่อนหน้านี้เคยเป็นภรรยาของนักค้ายาเสพติดรายใหญ่คนหนึ่งซึ่งถูกจับกุมและต้องโทษอยู่ในเรือนจำ และมาอยู่กินกับ ด.ต.วีระ และร่วมกันค้ายาเสพติดซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ด.ต.วีระ และ น.ส.ณัชชา รวม 5 ข้อหา ทั้งเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันค้ายาเสพติด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

ทั้งนี้หลังจากที่จับกุม ด.ต.วีระ และ น.ส.ณัชชา ได้ขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ยะลา ได้เพิ่มอีก 2 คน คือ นายวินัย มุยะลา อายุ 30 ปี และนางสาวน้ำฝน ขุนดำ อายุ 31 ปี แฟนสาว ยึดยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด

รวบแล้ว ‘ท้าวสีสุก ดาวเฮือง’ สอบโยงเครือข่าย ‘ไซซะนะ’

“พล.ต.ต.พรชัย” เผย สปป.ลาว รวบ “ท้าวสีสุก ดาวเฮือง” เชื่อมโยงเครือข่าย “ไซซะนะ” บช.ปส. ร่วมสอบปากคำ

รวบแล้ว 'ท้าวสีสุก ดาวเฮือง' สอบโยงเครือข่าย 'ไซซะนะ'

พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ล่าสุดทราบว่าทางการลาวสามารถจับนายสีสุก ดาวเฮือง หรือ ท้าวสีสุก ได้ที่หลวงพระบาง และยังไม่ได้รับรายงานว่าถูกจับพร้อมของกลางที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ของไทยประจำประเทศลาว เตรียมขอเข้าร่วมสอบปากคำกับทางการลาวด้วย เนื่องจากนายสีสุกมีความเชื่อมโยงกับนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวลาวถูกจับไปก่อนหน้านี้
และสัปดาห์หน้าจะส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.เพื่อร่วมสอบปากคำนายสีสุกด้วย เนื่องจากยังต้องนำข้อมูลมาขยายผลและดำเนินคดีกับเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายไซซะนะในไทย ที่ยังเชื่อว่ามีอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางไทยยังไม่ได้ออกหมายจับนายสีสุกจึงไม่สามารถขออายัดตัวนายสีสุก มาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้

ทั้งนี้ สำหรับนายสีสุก เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมชั้นสูงของประเทศลาว และก่อนหน้านี้ยอมรับว่ารู้จักกับนายไซซะนะ แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งทางตำรวจจึงต้องไปขอร่วมสอบปากคำ เนื่องจากจะได้นำข้อมูลมาดำเนินคดีกับเครือข่ายขบวนการดังกล่าวต่อไป

รถตู้ชนบัส หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก พระเกจิดังมรณภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (1 เม.ย.) เมื่อเวลา 22.30 น. สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถพ่วงก่อนถูกรถบัสรับส่งคนงานชนซ้ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณถนนสาย 319 พนมสารคาม-ปราจีนบุรี พื้นที่ ม. 8 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

รถตู้ชนบัส หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก พระเกจิดังมรณภาพ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮม-4695 กรุงเทพฯ ถูกพุ่งชนเสียหายพังยับเยิน ทั้งบริเวณด้านหน้า และด้านข้างทางซ้ายของตัวรถ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถในที่เกิดเหตุ 1 ราย บนบริเวณเบาะหน้าด้านข้างคนขับ ทราบชื่อคือ หลวงปู่ผ่าน ฉันทโก (มีศรี) อายุ 80 ปี พระเกจิชื่อดัง จำวัดอยู่ที่วัดป่าโพธิ์แก้ว เลขที่ 59 ม.5 ต.หัวซา อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี

ส่วนรถคู่กรณีในที่เกิดเหตุมีจำนวน 2 คัน เป็นรถบัสเปล่า รับส่งคนงาน 1 คัน ไม่ทราบยี่ห้อ สีน้ำเงินลายการ์ตูนทั้งคัน หมายเลขทะเบียน 30-1116 ฉะเชิงเทรา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ และรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หัวสีขาว ทะเบียนหัวลาก 83-0689 ฉะเชิงเทรา ทะเบียนท้ายพ่วง 82-9235 ฉะเชิงเทรา อีกหนึ่งคัน จอดอยู่บนกลางถนนด้านฝั่งมุ่งหน้าไปยัง จ.ปราจีนบุรี

จากการสอบสวนคนขับรถพ่วงให้การว่า ขณะเกิดเหตุได้ชะลอและหยุดรถชิดเส้นแบ่งเลนตรงกลางถนน เพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าซอย และรอให้รถบัสคันที่เกิดเหตุร่วมด้วย ในขณะกำลังสวนทางมาผ่านไปก่อน ก่อนที่รถตู้ขับเข้ามาพุ่งชนยังที่หัวมุมท้ายรถทางขวาของหางพ่วงอย่างแรง จนทำให้ตัวรถตู้สะบัดหมุนออกไปยังในเลนที่รถบัสกำลังวิ่งสวนมาพอดี จึงถูกพุ่งชนซ้ำเข้าอย่างจัง

สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย พระเหล็กเพชร (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 35 ปี, พระฉลวย อายุ 40 ปี, พระคณิตธรรมมา อายุ 35 ปี และ พระฉัตรชัย อายุ 28 ปี ทั้ง 4 ราย มีอาการสาหัส และมีอาการหมดสติหลังเกิดเหตุ ถูกส่งต่อไปทำการรักษายังที่ รพ.พุทธโสธร ส่วนพระเชษฐา พันนรินทร์ อายุ 27 ปี แพทย์ให้นอนดูอาการยังที่ รพ.พนมสารคาม

นอกจากนี้ยังมี นายอานนท์ อายุ 34 ปี ลูกศิษย์วัด ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งไปยัง รพ.พนมสารคาม เพื่อรอดูอาการ และ นายชัยวัฒน์ อายุ 30 ปี ถูกส่งต่อไปยัง รพ.พุทธโสธร อีกหนึ่งราย

เบื้องต้น ทราบว่ารถตู้คันดังกล่าวกำลังเดินทางกลับจากกิจนิมนต์ในเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมุ่งหน้าเดินทางกลับไปยังวัด ก่อนมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าวนี้ขึ้น

แฉมือยิงสาวคุรุสภา เพิ่งจดทะเบียนสมรสหญิงอื่นเช้าวันก่อเหตุ

(31 มี.ค.) จากกรณี น.ส.วาสนา อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ถูกนายจำลอง พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี ที่พนักงานขับรถคุรุสภา ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบริเวณสนามหญ้าภายในสำนักงานคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ช่วงเย็นวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่มือปืนและผู้ตายนั่งคุยกันแล้วตกลงกันไม่ได้จึงก่อเหตุยิงดังกล่าว

แฉมือยิงสาวคุรุสภา เพิ่งจดทะเบียนสมรสหญิงอื่นเช้าวันก่อเหตุ

นอกจากนี้ มีรายงานว่าในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ (28 มี.ค.) นายจำลอง คนร้ายได้ไปจดทะเบียนสมรสกับครูสาวรายหนึ่งซึ่งสอนที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง โดยนัดที่เขตลาดพร้าว หลังจดทะเบียนสมรสก็แยกย้ายแล้วนัดเจอกันตอนเย็น ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะมาก่อเหตุยิงข้าราชการหญิงดังกล่าว ซึ่งพยานระบุคนร้ายมีนิสัยเจ้าชู้ มักติดพันหญิงหลายราย โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการสาวในต่างจังหวัด

ด้าน พระจรัญ คูนา น้องชายซึ่งบวชเป็นพระ ระบุว่าถูกตำรวจมาสอบสวน รู้สึกตกใจเพราะไม่ได้ทำความผิดอะไร แต่กลับมีชื่อตกเป็นผู้ต้องหา คาดว่าถูกพี่ชายปลอมแปลงเอกสารเพื่อนำไปสมัครงานเมื่อหลายปีก่อน พร้อมเผยว่าพี่ชายไม่ใช่คนใจร้อน แต่มีครอบครัวเยอะ

ชื่นชม 2 พยาบาลผู้เสียสละ หยุดช่วยคนเจ็บ ทั้งที่รีบไปขึ้นเครื่องบิน

ชื่นชม 2 พยาบาลผู้เสียสละ หยุดช่วยคนเจ็บ ทั้งที่รีบไปขึ้นเครื่องบินมีรายงานว่า วานนี้ (31 มี.ค.) เกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ชนกับรถแท็กซี่ บริเวณถนนสงประภา วัดสีกัน เขตดอนเมือง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้าย 1 คน โดยมีพลเมืองดี 2 คน ซึ่งมีอาชีพพยาบาล เข้ามาช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงจนปลอดภัย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Krissada Lohitdee ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เผยแพร่เรื่องดังกล่าวลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

“น่าชื่นชม 2 พยาบาลจากโรงพยาบาลบ้านฝาง กลับจากการอบรมที่เมืองทองธานีจะไปขึ้นเครื่องกลับขอนแก่นที่ดอนเมือง ผ่านมาเจออุบัติเหตุจึงเข้าให้การช่วยเหลือ ทั้งที่จะต้องขึ้นเครื่องกลับขอนแก่น #นับถือน้ำใจคนไทยด้วยกัน #พยาบาลไทยใจเกินร้อย”

สำหรับพยาบาลทั้ง 2 ท่าน ทราบภายหลังคือ คุณนิตยา สุภามา พยาบาลหัวหน้าห้องฉุกเฉิน และคุณอรอุมา ธรรมวงษ์ พยาบาลวิชาชีพ ซึ่งนั่งรถมาจากอบรมที่เมืองทองธานี เดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง เพื่อกลับจังหวัดขอนแก่น แต่ระหว่างทางเจออุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ จึงลงมาช่วยเหลือทันที ซึ่งเมื่อเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ก็มีผู้คนเข้ามาชื่นชมและยกย่องในน้ำใจของทั้งคู่ที่มีหัวใจความเป็นพยาบาลอย่างแท้จริง นึกถึงผู้บาดเจ็บก่อนตนเอง

พิษพายุไซโคลน ซัดซากฉลามโผล่กลางถนนออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินรัฐควีนส์แลนด์ เตือนประชาชนอยู่ห่างจากพื้นที่น้ำท่วม หลังพบฉลามตัวหนึ่ง นอนเปื้อนโคลนตายอยู่กลางถนนในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ถูกถล่มอย่างหนักจากพายุไซโคลนเด็บบี้ ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

พิษพายุไซโคลน ซัดซากฉลามโผล่กลางถนนออสเตรเลีย

ศูนย์ดับเพลิงและสถานการณ์ฉุกเฉินของควีนส์แลนด์ ได้รับแจ้งมีผู้พบฉลามตัวหนึ่งซึ่งเป็นฉลามหัวบาตร พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่น้ำท่วมใกล้กับแม่น้ำเบอร์เดคิน ในหมู่บ้านอายร์ รัฐควีนส์แลนด์
เจ้าหน้าที่คาดว่า ฉลามหัวบาตรตัวนี้ ได้ถูกพัดมากับกระแสน้ำจนเกยตื้น หลังพายุไซโคลนเด็บบี้พัด จนมานอนตายกลางถนน

ทั้งนี้ พายุไซโคลนเด็บบี้ ที่มีความแรงระดับ 4 ด้วยความเร็วลม 263 กม./ชม. พัดขึ้นฝั่งรัฐควีนสแลนด์ของออสเตรเลีย หลังจากพายุลูกนี้พัดถล่มสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียมาแล้ว ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกิดดินถล่มบริเวณชายหาดโบเวนและแอร์ลีด้วย และในช่วงที่พัดขึ้นฝั่ง ได้ลดความรุนแรงลงเป็นระดับ 3